โลกของเรามันกว้างแค่ไหนนะ ?
มันคงกว้างมากขนาดที่ทำให้ฝั่งนึงเป็นกลางวัน ส่วนอีกฝั่งเป็นกลางคืนได้
ถ้าจะเอ่ยถึงโลกของเราในแบบรูปธรรม มันกว้างใหญ่ไพศาลมากขนาดเราคงคิดไม่ถึงกัน ..
แม้จะมีนักวิทยาศาสตร์หัวใสอวดฉลาดไปวัดความยาวรอบโลกมาป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ก็ตามที
เราไม่เชื่อหรอก .. ว่าโลกจะใหญ่เพียงเท่านั้น มันอาจจะใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงตามกาลเวลา ไม่มีใครล่วงรู้ได้ ..
แต่หากจะหมายถึงโลกของเราในนามธรรม ความคิด ความฝัน . . . ความเป็นจริง ?
จริง ๆ แล้วโลกของเราแคบเพียงนิดเดียว มันไม่กว้างพอที่จะรับความจริงบางประการที่ใคร ๆ ก็ต่างยัดเยียดให้เรา
"ขยันเรียนนะ โตขึ้นจะได้สบาย"
-- ถ้าเรารวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย มีบ้านหลังใหญ่โตเท่าปราสาทของเจ้าหญิง
แต่หากในบ้านหลังโตนั้น ไม่มีพ่อหรือแม่ที่รอเรากลับบ้าน ไม่มีความรักใด ๆ เกิดขึ้นในบ้านสุดหรูนั่น เราก็ไม่อยากสบายหรอก ..
โลกของเราเล็กนิดเดียว .. มันเพียงพอแค่ที่จะเก็บที่สิ่งที่เราเรียก "ความสุข" ไว้จนเต็ม ก็เท่านั้นเอง
ความสุขของเรา มีเพียงไม่กี่อย่าง แต่มันแตกย่อยออกมาเป็นหลายพันความหวัง จากหน่อ ๆ เดียว ..
หนังสือ


โลกแคบ ๆ ของเรามีสีสันเสมอ เมื่อเรามีหนังสือสักเล่มในมือ และมีเวลาเพียงพอเป็นวัน ๆ ที่จะเริ่มต้นอ่านมันและอ่านมันจนจบภายในวันเดียว
เราว่าทุกคนจะต้องมีหนังสือหนึ่งเล่ม ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่มันที่เราหยิบมันขึ้นมา ตัวหนังสือพวกนั้นจะทำให้เรามีความสุขเหมือนกับครั้งแรกที่เราได้ทำความรู้จักกับตัวหนังสือแต่ละตัว ตั้งแต่หน้าแรก จนกระทั่งหน้าสุดท้าย หรือแม้แต่ปกหลัง แต่ก็มีหนังสือหลายเล่มที่เราอยากเอาไปทำปุ๋ย
ทำนองว่า ถุยย .. นี่หรือหนังสือ ? แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยในบรรดาหนังสือกองโตทั้งหมดที่เรามี
หนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือที่เราอ่านได้ไม่เคยเบื่อ แม้ว่าจะอ่านมากี่ครั้งแล้วก็ตาม
บางเรื่องก็เกาตอนจบได้ตั้งแต่กลางเรื่อง หรือบางเรื่องเดาได้ตั้งแต่ตัวการ์ตูนตัวแรกเอ่ยปากเล่าถึงชีวิตตัวเอง
โคนันน่ะ เราอ่านซ้ำกี่รอบเราก็ไม่เบื่อ แม้เพื่อนเราบางคนมันจะบอกว่า
"อ่านทำไมวะ พอตอนจบแม่งก็ไขคดีออกอยู่ดี อ่านไปไม่มีลุ้นหว่ะ"
ขอโทษเถอะ แล้วแฮรี่พ็อตเตอร์ของมึงดีกว่าตรงไหน ? ตอนจบแม่งก็พระเอกทุกที เด่นดังกว่าชาวบ้านเพราะมีแผลเป็น เนี่ยเราก็มีแผลเป็นตรงเข่า ทำไมเราไม่ดังมั่ง ? (จริง ๆ เราแค่อยากแขวะเพื่อน เพราะเราเองก็ดูแฮรี่แบบเป็นภาพยนตร์ทุกภาคเหมือนกัน แล้วก็ชอบทุกภาคด้วย)
เรื่องความชอบของแต่คนละคงจะให้เหมือนกันไม่ได้ แต่โคนันข้า ใครอย่าแตะว้อย ! .. . (เดี๋ยวมีเฮ)
การ์ตูนอีกเรื่อง Spiral (ชื่อไทย : ผ่าเกลียวปริศนา) อันนี้อ่านเล่มแรกก็ติดเลย มันคล้ายแนว ๆ เดียวกับ โคนัน เดธโน้ต .. (เรารวมไว้ในแนวเดียวกันน่ะ แนวเราแหละ = =') ไอ้การ์ตูนพวกนี้มันเป็นการ์ตูนที่ดูฉลาดน่ะ มันมีวิธีการคิด วิธีการต่อสู้ที่ไม่ใช่แค่การใช้กำลังกาย แต่เป็นการใช้กำลังสมองต่างหาก (ใครอ่านก็คงเข้าใจ) มันสนุกมากเลยนะ เวลาอ่านไปแล้วคอยลุ้นว่าคราวนี้ไอ้ตัวละครนี้จะใช้อุบายอะไรอีก แล้วจะมีตัวละครใหม่ออกมาเรื่อย ๆ แล้วแน่นอนว่ามันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน การ์ตูนพวกนี้มันไม่สามารถอ่านข้ามหน้าใดหน้าหนึ่งไปได้เลย ถ้าพลาดไปแค่หน้าเดียว เราก็อาจจะพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ ไป แบบนั้นแหละที่สนุก ..
เราไม่ได้อ่านเฉพาะการ์ตูนนะ เราอ่านมันหมดตั้งแต่นิยายแจ่มใส นิยายแปล วรรณกรรมแปล พวกศาลาคนเศร้าเรายังไปแอบเปิดอ่านในร้านออกบ่อย (เราจัดเป็นหนังสือคลายเครียดนะ .. ไม่เชื่อลองเปิดอ่านสิ)
เราเคยติดใจวรรณกรรมแปลเรื่องนึงมาก ๆ ชื่อเรื่องว่า ชั่วนิรันดร์ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ มันสอดแทรกทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกอณูความรู้สึกไว้ให้เราอ่านแล้วใจหายเล่น ๆ กับคำว่าชั่วนิรันดร์ ซึ่งหมายถึงน้ำพุวิเศษแอ่งเล็ก ๆ ที่ดื่มเข้าไปแล้วจะไม่มีวันตาย ... อ่านจบเพ้อเลย ฮ่า ๆ
แล้วก็จะยังพวกวรรณกรรมประเภทฆาตกรรม - วิทยาศาสตร์ พวกที่เกี่ยวกับจิตวิทยาที่เราเคยอ่านก็มีพวก พาราไซต์ อีฟ , Killing Britney , Chat (1.0 กับ 2.1) เรื่อง Chat นี่เราอ่านแล้ววางไม่ลงเลยค่ะพี่น้อง .. สนุกมาก ๆ เนื้อเรื่องในแต่ละช่วงจะทิ้งปัญญาไว้ให้ขบคิด และก็ไปเฉลยทุกสิ่งสิ่งทุกอย่างเอาที่บทสุดท้าย และแน่นอนว่าไม่เฉลยหมดเลยทีเดียว มันจะทิ้งปม ๆ นึงไว้ให้เราคิด .... คิดไปคิดมา อ้าวเฮ้ย ? หมดหน้ากระดาษแล้ว ไม่มีตัวหนังสือให้อ่านในหน้าต่อไปแล้ว แล้วทำยังไงล่ะทีนี้ ? . . เราก็ได้แต่รอผู้เขียนพัฒนาตัวโปรแกรม Chat เวอร์ชั่นต่อไปให้ได้มาสะพรึงกันในโลกหน้า (คึ ..)
วันนี้ให้ร่ายถึงหนังสือที่เคยอ่านแล้วเสน่หานี่ คงได้อีก 10 หน้ากระดาษ ... เวลาตั้ง 17 ปี อ่านหนังสือมาก็ไม่รู้กี่เล่ม
พอมารู้ตัวอีกทีในวันนี้ ...
"เราหลงรักตัวหนังสือ จนถอนตัวไม่ขึ้น" แล้วค่ะ
(จะเว้นหนังสือเรียนบางจำพวกไว้บ้างก็ดีนะคะ แฮะๆ =_=;)
เพลง

โลกแคบ ๆ ของเราอีกส่วน ถ้าเปรียบเสมือนฮาร์ดดิกส์ .. . ก็คงเป็นฮาร์ดดิกส์ที่ไม่มีวันเต็ม เพราะเราจะแบ็คอัพข้อมูลไว้ตลอดน่ะ ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์สวรรค์อะไรหรอก .. (คึ คึ ..)
โลกดนตรีของเรามันแคบมากนะ เมื่อเทียบกับเพื่อนเราที่ฟังเพลงทุกแนว ทุกอย่างที่มันมีอยู่ในโลก มันเป็นคนที่สรรหามาก ๆ ค่ะ บางทีเราก็ได้รับบารมีเพลงสวย ๆ งาม ๆ จากมันมาฟังบ้าง เพื่อนเราฟังทุกอย่างจริง ๆ ยกเว้น แกรมมี่และอาร์เอส =_= !
แต่เรานะ ฟังมันทุกค่ายที่มีในประเทศไทย (มันโกหก !) .. ไอ้ค่ายที่มีลุงใส่แว่นดำมาพูด "โฟร์เอสสร้างสรรค์งานดี ๆ อีกแล้วครับท่าน" เราก็ยังเคยฟังเลย ตั้งแต่เบเกอรี่ สมอลรูม สนามหลวง โซนี่BMG Red beat แกรมมี่ (ค่ายย่อยของแกรมมี่) อาร์เอส (ค่ายย่อยของอาร์เอส) .. อีกเป็นกระบุง
เราว่าจริง ๆ แล้ว ขึ้นชื่อว่าเพลง เราก็ฟังได้หมด .. แต่ขอที่มันเป็นเพลงจริง ๆ นะ ไม่ใช่เสียงเยี่ยวใส่สังกะสี
แต่น้อยเพลงค่ะ ที่เราจะจำเนื้อเพลงได้ เพราะบางเพลงมันจะเพราะเมื่อเราพอร้องตามได้เท่านั้น ไม่ใช่เมื่อเราจำเนื้อเพลงได้ทั้งหมด
เราเป็นคนที่เวลาเดินทางไปไหนที่ไกลกว่าการนั่งรถจากบ้านไปโรงเรียน ก็ต้องมีเครื่องเล่น MP3 พกติดตัวเสมอ ๆ
ไม่งั้นเราจะเซ็งมาก นั่งแกร่วมองชาวบ้านพะงาบ ๆ ปากมันไม่สนุกเหมือนฟังเพลงหรอกนะ =_=
บางทีเพลงก็บำบัดคนนะคะ บำบัดจิตใจ บางเพลงก็ทำให้คนเราฮึดสู้ บางเพลงก็ทำให้เราอยากทำอะไรดี ๆ ให้กับคนที่เรารัก
"อิทธิพลของเพลงมันมากกว่า นักการเมืองเป็นไหน ๆ"
ไม่แปลกเลยที่เราจะรักเสียงเพลงมากกว่า นายก -_- !
ศิลปะ


เราไม่ได้เป็นศิลปิน ... แต่เรารักศิลปะ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ เริ่มเข้าอนุบาลก็เริ่มระบายสี จับดินสอ วาดนู่นวาดนี่เต็มไปหมด
จนถึงตอนนี้พอเรากลับไปดูผลงานเก่า ๆ เราจะโคตรฮาไอ้พวกรูปคนหน้าตา copy + paste มาก .. แล้วก็มีรูปกระรอกพิการ ฮุ๊ยย ฮา ๆทั้งนั้น
ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ทิ้งสิ่งที่เราชอบ แต่เหมือนกับว่ามีโอกาสทำมันน้อยลงกว่าเดิม เพราะเราเรียนวิทย์ - คณิต แต่เรียนอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว กว่าเราจะได้ทำงานสักชิ้นก็นู่น ในคาบศิลปะนู่น .. เราจะมีความสุขมากเวลาได้วาดรูป ได้เขี่ยลายเส้นไปมา คลอไปกับการฟังเพลงที่ชอบ
ช่วงเวลานั้นมันเหมือนมีบาเรียแบบในดราก้อนบอลในกั้นเราระหว่างโลกของเรากับโลกแห่งความจริง มันเป็นเพียงบาเรียบาง ๆ ที่ทำให้เรามีความสุขแม้เป็นเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
แค่มี ดินสอ กับกระดาษ A4 ให้เราสักใบ .. เราก็จะนั่งอยู่ ณ ที่ตรงนั้นได้เป็นระยะเวลานาน ๆ วาดมันไปเรื่อย ๆ ขีดไปตามที่ใจคิด
ออกมาสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง บางทีวาดไปวาดมาอยู่ตั้งนานแล้วเราก็ลบออกหมดแล้ววาดใหม่ =_= เราเป็นนักลบผู้ยิ่งใหญ่น่ะ
ไม่พอใจก็ลบแล้วก็วาดใหม่อยู่อย่างนั้น จนได้ภาพที่ต้องการ และเราจะมีความสุขกับมันมากขึ้นไปอีก เมื่อเราได้แบ่งปันให้คนอื่นได้ดูและเขาบอกว่าชอบมัน
ปกติแล้วเราถนัดสีโปสเตอร์มากกว่าสีน้ำ ถึงแม้เราจะพยายามใช้สีน้ำยังไง เราก็ทำมันได้ไม่ดีเท่าสีโปสเตอร์ ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เราหลงใหลในการวาดภาพสีโปสเตอร์ เราชอบภาพสีสด ๆ ภาพที่ใช้ความรู้สึกสื่อผ่านสีให้ได้มากที่สุดและอีกอย่างสีโปสเตอ์มันระบายทับได้
เมามันสะใจเราสุด ๆ แล้ว ฮ่า ๆๆ
แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดเหนือกว่าการระบายสีโปสเตอร์คือการวาดการ์ตูนลายเส้น ไม่ต้องลงสี ใช้ปากกำดำฝนให้เกิดเส้นนี่แหละสวรรค์มาก ๆ ...
เพราะเราจะทำงานแบบนี้ได้เร็ว กว่าพวกลงสี แล้วอีกอย่างเราลงสีไม่เก่งเท่าไหร่น่ะ =_=a แฮะ ๆ
"ศิลปะคืออะไร ? ... "
"ศิลปะ คือ โลกของเรา"
กล้อง

เราเพิ่งได้เรียนรู้การถ่ายภาพที่คิดว่าค่อนข้างจริงจัง ก็ช่วงม.ปลายนี้เองค่ะ .. และในตอนนั้นเราก็เพิ่งสำเหนียกได้ว่า "กูควรทำนานแล้วนะ"
แบบเฮ้ย .. มันสนุกมาก การที่เราได้กดชัตเตอร์แบบไม่กลัวเงินค่าฟิล์มหมดกระเป๋าเนี่ยมันเป็นความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้น 7 ของพี่เจ
ถ่ายอะไรก็ได้ที่เราอยากถ่าย ... เพราะเงินค่าฟิล์ม ค่าล้าง + สแกน เราก็ออกเอง (ขอพ่อบ้างเวลาช็อต -_- .. ช่วงหลัง ๆ ก็ช็อตบ่อยหน่อย ฮ่ะ ๆ)
อะไรที่ไม่เคยลอง เราก็ได้ลอง ศัพท์แปลกของพวกช่างภาพเราก็เรียนรู้มาบ้าง .. ได้เห็นเทคนิคการถ่ายภาพที่เจ๋ง ถึงจนระดับโคตรแปลก ที่จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่กล้าลอง ฮ่า ๆ .. แต่ถ้ามีโอกาสเราก็ว่าจะลองเสียหน่อย ชีวิตนี้เกิดมาต้องทำมันให้ได้หลาย ๆ อย่าง ไม่งั้นเสียชาติเกิดตายห่านค่ะ - -
กล้องตัวทอยแรกเราซื้อต่อมาจากเพื่อน Fisheye2 จนถึงตอนนี้เราก็ยังชอบลูกเล่นของมันอยู่นะ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้แตะก็เถอะ
เพราะช่วงนี้เรียนพิเศษจนจะลำสักความรู้ จริง ๆ ตายแล้วก็ลืมหมด แต่เอาเถอะเพื่อความสบายใจของบุพการี *0*
เราว่าจะหาโอกาสไปเที่ยวทะเล แล้วก็ไปรัวชัตเตอร์ให้คลื่นซัดตู้มสักที .. ฮ่า ๆๆๆ คงมีความสุขพิลึก (คึ .. !)
ถ้าอยากจะดูภาพถ่ายของเราก็ ที่นี่ เลยค่ะ : ]
แน่นอนว่าโลกของแต่ละคน อาจต่างกันโดยสิ้นเชิง
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ "ความสุข"
โลกแคบ ๆ ของคุณ ... มีอะไรบ้างคะ ?
เหมือนโลกแคบ ๆ ของเราบ้างหรือเปล่า ?
จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขมาก ๆ ๆ ๆ ณ ปัจจุบัน : ]
เอาไว้ ต่อภาค 2 แล้วกันค่ะ
สวัสดีค่ะ : ]
edit @ 7 Mar 2008 22:52:22 by {CODE;4079}
edit @ 7 Mar 2008 22:57:28 by {CODE;4079}
